2008/Jun/21

ในชีวิตที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย

เรามักจะรู้สึกรีบร้อนด้วยเรื่องบีบคั้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

เรามักจะต้องรีบเสมอ แต่เราจะรีบร้อนไปไหนเล่า?

นี่เป็นคำถามที่เรามักไม่ค่อยถามตัวเอง

การเดินจงกรมก็เหมือนกับการเดินเล่น

เราจะไม่กำหนดเป้าหมายแน่นอนที่จะต้องไปถึง

หรือกำหนดเวลาที่จะไปถึง

เป้าหมายของการเดินจงกรมก็คือการเดินจงกรม

จุดสำคัญก็คือ การเดินโดยไม่มีการไปถึง

การเดินจงกรมไม่ใช่วิธีการ แต่คือเป้าหมาย

แต่ละก้าวคือชีวิต แต่ละก้าวคือความสุขสันติ

นี่คือเหตุผลที่เราไม่ต้องเดินอย่างเร่งร้อน

นี่คือเหตุผลของการก้าวอย่างเนิบช้า

เดิน แต่อย่าเอาแต่เดิน เดิน

อย่าให้ความมุ่งหมายใดผลักเราไปข้างหน้า

ด้วยวิธีนี้ เมื่อเราเดิน

จงเดินพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้า

ในชีวิตประจำวัน

ย่างก้าวของเราจะถูกถ่วงทับอยู่ด้วยความวิตก

ความกังวล และความกลัว

อาจกล่าวได้ว่า ชีวิตของเรา

ก็คือ เดือนปีแห่งความวิตกกังวล

ด้วยเหตุนี้ ย่างก้าวของเรา

จึงไม่สามารถเป็นย่างก้าวแห่งความผ่อนคลาย



โลกนี้ช่างงดงามไปด้วยเส้นทางที่น่าตื่นใจมากมาย

มีเส้นทางเล็กๆ ที่มีต้นไผ่ขึ้นอยู่สองข้างทาง

มีเส้นทางที่ถูกอาบไล้ด้วยกลิ่นละมุนของทุ่งนาข้าว

ยังมีเส้นทางแห่งสีสันอันงดงามของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง

แต่เราไม่ค่อยได้รับรู้ หรือชื่นชมเส้นทางเหล่านี้

เนื่องด้วยเราไม่รู้สึกผ่อนคลาย

และย่างก้าวของเราก็ไม่ผ่อนคลายเช่นกัน

การเดินจงกรมคือการฝึกเดินอย่างผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่ง

สมัยเมื่อเราอายุได้หนึ่งขวบครึ่ง

เราเริ่มต้นเดินอย่างไม่มั่นคง มาบัดนี้ เมื่อเราฝึกเดินจงกรม

เราจะเริ่มต้นเดินอย่างไม่มั่นคงอีกครั้งหนึ่ง

แต่หลังการฝึกสักไม่กี่อาทิตย์

เราจะเริ่มก้าวได้อย่างมั่นคง สงบ และเป็นธรรมชาติ

เดิน : วิถีแห่งสติ
ติช นัท ฮันห์ เขียน รสนา โตสิตระกูล แปล

edit @ 21 Jun 2008 16:15:51 by napa

2008/May/22

วันนี้เพิ่งจะว่างเช็คอีเมล์ (ซะที)

เลยเพิ่งจะทราบว่าเดี๋ยวนี้ ธนาคารกสิกรไทย

เขาเปิดให้บริการบัตรเครดิตประเภท "บัตรคืนเงิน"

หรือที่เรียกว่าบัตรเครดิต Kbank Everyday Card (บัตรคืนเงินกสิกรไทย)

โดยสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มิถุนายน 2551

แล้วคุณจะได้รับเงินเข้าบัญชี 500.- พร้อมกับฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า

และฟรีปีแรก สำหรับค่าธรรมเนียมรายปี

เปล่า.. ไม่ได้มาโฆษณาอะไรให้กับธนาคารเขาหรอกค่ะ

เพีบงแต่รู้สึกว่าพักนี้มีรายการโปรโมทบัตรเครดิตของแต่ละธนาคารมากจริงๆ

มากจนเกินไปด้วยซ้ำ

เมื่อคืนนี้ก็เพิ่งได้ดูโฆษณาทางโทรทัศน์

ของบัตร KTC  ที่ร่วมกับการบินไทย

เขาฉายต่อเนื่องกันเป็น 2 versions เลยทีเดียว

ดูแล้วอดคิดไม่ได้ว่า..

ทำไมหนอ เขาถึงได้พยายามนำเสนอ

ในสิ่งที่ขัด กับการรณรงค์ให้ประชาชนเรียนรู้ที่จะอยู่กับความ "พอเพียง"

ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนล่ะนะคะ

ว่าจะเลือกวิถีชีวิตแบบไหน

ที่จะไม่ทำให้คนอื่น หรือคนในครอบครัว

หรือแม้กระทั่งตัวเอง เดือดร้อน

ความสุข

...ไม่ได้อยู่ที่การทำตามใจตัวเองไปทุกเรื่องหรอกมั้ง

หรือคุณว่าอย่างไร

2008/May/19

มีหนังสือเล่มหนึ่งน่าสนใจ ชื่อว่า Dealing with Difficult People

เขียนโดย Rick Brinkman และ Rick Kirschner

ในหนังสือเล่มนี้จะให้คำอธิบายและเสนอแนะว่า

คนแต่ละคนมีลักษณะไม่เหมือนกัน และจะมีคนที่มักจะมีปัญหา

หรือทำตัวมีปัญหาในองค์กรอยู่สิบประเภทซึ่งเราจะต้องเรียนรู้ถึงวิธีการ

หรือแนวทางในการสื่อสารกับบุคคลประเภทนี้

เพื่อที่จะได้สามารถทำให้บุคคลเหล่านี้ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร

เรามาดูพฤติกรรมสิบประการที่ไม่เป็นที่ต้องการในองค์กรกันก่อน ว่ามีอะไรบ้าง

และเจ้าพฤติกรรมทั้งสิบประการนี้ถ้าบุคคลใดมีอยู่ติดตัว

ก็มักจะทำให้บุคคลผู้นั้นเป็นผู้ที่มีปัญหาขึ้นมาด้วย

 

1) The Tank หรือ พวกรถถังประจัญบาน

คนพวกนี้จะไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่

ออกจะก้าวร้าวและชอบเอะอะโวยวาย

คนพวกนี้มักจะมองว่าผู้อื่นคือปัญหาที่ทำให้งานไม่สำเร็จ

และจะทำทุกวิถีทาง ที่จะกำจัดอุปสรรคเหล่านั้น

เหมือนกับรถถังที่วิ่งชนทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

2) The Sniper หรือ พวกมือสังหาร

พวกนี้จะไม่ทำอะไรโฉ่งฉ่างเหมือนพวกแรก

แต่จะลอบสังหารท่านอย่างเงียบๆ จากระยะไกล

ถ้าท่านมีปัญหากับคนพวกนี้แล้ว

เขาจะไม่เอะอะโวยวาย แต่จะพยายามแก้แค้น

หรือเอาคืนกับท่านโดยหาจุดอ่อนหรือปัญหาของท่าน

และใช้จุดอ่อนเหล่านั้น มาโจมตีท่าน

ไม่ว่าจะโดยการกลั่นแกล้ง ปล่อยข่าวนินทา ฯลฯ

3) The Grenade หรือ พวกลูกระเบิดมือ

พวกนี้จะเหมือนกับระเบิดที่พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ

นั่นคืออยู่ดีๆ ก็อารมณ์เสีย หรือแสดงอาการฉุนเฉียวขึ้นมา

คนพวกนี้จะเป็นประเภทที่อารมณ์ขึ้น

หรือถึงจุดเดือดได้ง่ายมาก

บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เป็นเรื่อง

ก็ทำให้คนพวกนี้ระเบิดขึ้นมาได้

นักจิตวิทยาเขาบอกไว้เลยว่า

การที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เมื่อตนเองรู้สึกว่าไม่มีความสำคัญ

4) The Know-It-All หรือ พวกที่รู้ทุกเรื่อง

คนพวกนี้ก็รู้ทุกเรื่องจริงๆ

แต่ปัญหาคือพวกเขาจะใช้เวลาพูดและอธิบายแต่ละเรื่องได้นานมาก

จนไม่สนใจที่จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นเลย

5) The Think-They-Know-It-All

หรือ พวกที่คิดว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง

คนกลุ่มนี้จะไม่รู้มากนัก แต่ไม่ค่อยยอมรับความจริง

6) The Yes Person

หรือ พวกที่เห็นด้วยในทุกเรื่อง

แต่ก็ได้แต่เห็นด้วยอย่างเดียว

ไม่ยอมลงมือทำหรือทำงานไม่สำเร็จสักเรื่อง

คนพวกนี้จะขอรับปากไว้ก่อน

แต่ไม่เคยทำตามที่รับปากไว้ได้เลย

7) The Maybe Person หรือ พวกที่ตัดสินใจยาก

คนพวกนี้เมื่อถึงวาระสำคัญที่จะต้องตัดสินใจ

พวกนี้จะไม่ยอมตัดสินใจสักที

จนสุดท้ายเมื่อตัดสินใจก็ช้าเกินไปเสียแล้ว

8) The Nothing Person หรือ พวกที่ไม่ยอมบอกอะไรใครเลย

เราจะไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น หรือมีปัญหา อุปสรรคใดบ้าง

เนื่องจากคนประเภทนี้จะไม่บอกอะไรใครเลย เหมือนกับตัวเองทำงานอยู่คนเดียว

9) The No Person

พวกนี้จะค่อนข้างมองโลกในแง่ร้ายอยู่ตลอดเวลา

คนกลุ่มนี้นี้มักจะปลอบใจตัวเองว่า

พยายามมองภายใต้หลักของความเป็นจริง

คนประเภทนี้จะหาสิ่งที่ติหรือตำหนิได้ทุกเรื่อง

แถมไม่ตำหนิอย่างเดียว

แต่ยังพลอยทำให้ทุกคนหมดกำลังใจไปด้วย

10) The Whiner หรือ พวกขาวีนทั้งหลาย

คนประเภทนี้จะวีนได้ทุกเรื่องทุกราว จะบ่นตลอดเวลา

ไม่เคยมีอะไรที่ดีหรือถูกต้องสำหรับคนประเภทนี้เลยสักอย่าง

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ พฤติกรรมของคนสิบประเภท

ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นที่น่ารังเกียจ

คุณอาจจะพบคนรอบๆ ตัว ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้

แถมบางคนก็เป็นผู้บริหารระดับสูงเสียด้วย

ซึ่งคนเหล่านี้ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรมากนัก

เพียงแต่ถ้าไม่ระวังให้ดี คนเหล่านี้จะเป็นตัวปัญหาที่สำคัญในองค์กร

แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระลึกไว้ด้วยว่า

บางคนหรือบางพฤติกรรมที่มีปัญหาสำหรับตัวคุณ

อาจจะไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผู้อื่น

นั่นคือคนเราจะตอบสนองต่อพฤติกรรมเหล่านี้ได้แตกต่างกันออกไป

หรือบางครั้ง...

เราเองก็อาจจะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ก็เป็นได้ 

 

edit @ 19 May 2008 23:49:05 by napa