FamilyTravelling
![]()
มองออกจากปราสาท
เพียงเพื่อแสงสว่าง
และอิสรภาพในหัวใจ

A Ray of Hope
|

ปราสาท ชิลลอน นี้ สร้างขึ้นด้วยหิน
ตั้งแต่ปีค.ศ. 1160 ริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา
ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์
โดยด้านหนึ่งอยู่ติดกับป่าทึบ
ที่เป็นทางสายเก่าไปสู่ประเทศอิตาลี
ส่วนอีกฝั่ง ก็ประจัน ทะเลสาบเจนีวา
ทางเดินเข้าไปในปราสาทล้วนทำด้วยหิน อาจมองดูไม่สวยงาม
หากเปรียบเทียบกับ พระราชวังแวร์ซาย ของประเทศฝรั่งเศส
แต่ดิฉันชอบ การออกแบบ และการก่อสร้างแบบโบราณ แบบนี้
มากกว่าแบบหรูหรา อย่างปราสาทอื่นๆ ที่ได้ชมมา
อาจเป็นเพราะ ความซับซ้อน ของการสร้าง ซอก หลืบ
หรือการใช้หินแท่งใหญ่ๆ ทั้งแท่ง
มาสร้างเป็นแท่นประกอบพิธีต่างๆ
รวมทั้งการสร้างป้อมปืน ที่ซ่อนตัว
และที่สำคัญ คือคุกที่ขังเชลยศึก
รูป ที่ตั้งชื่อไว้ว่า "A Ray of Hope" นี้
ดิฉันถ่ายจากในคุกที่ว่านี้ มองออกไปภายนอก
จะเห็นเป็นทะเลกว้างเป็นคุกที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
คือ อย่าว่าแต่ทางออกเลย
กระทั่งหน้าต่าง ก็เป็นเพียงรูเล็กๆ
พอแค่ให้แสงเข้าได้เท่านั้น
แม้แต่มือก็ยังลอดออกไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
และความที่คุก ทั้งมืด และ อับ ทำให้รู้สึกได้ว่า
หากเป็นนักโทษ
คงจะหวัง เพียงแค่ได้สัมผัสลำแสงแดด อันแสนอุ่น
ได้สัมผัสสายลมแผ่วเบา
หรือ ได้กลิ่นไอของทะเล
นอกเหนือจากความหวังที่สูงสุด...
ซึ่งก็คือ อิสรภาพ นั่นเอง

เที่ยวไปเรื่อยๆ
ครอบครัวเรามักจะเดินทางกัน ทุกช่วงปิดเทอม
ภาพถ่ายที่ถ่ายจากทั้งกล้องดิจิตอล และจากมือถือ
จะถูกเก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เยอะมาก
วันดี คืนดี ถึงจะมีโอกาสเอามาเปิดดูกัน
ภาพนี้ถ่ายจากเซ็นโตซ่า ประเทศสิงคโปร์
เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา
เราเข้าแถวกันเพื่อจะขึ้น Sky Tower
ก็.. ต้องรอนานพอดูเลยล่ะ
มันก็เป็นคล้ายๆกับกระเช้าอย่างหนึ่ง
แต่มีขนาดใหญ่ล้อมด้วยกระจก และหมุนช้าๆ
เพื่อให้ลูกค้าได้เห็น สวนเซ็นโตซ่า
จากที่สูง ได้โดยรอบทิศ
แต่ที่จะเล่านี่ไม่เกี่ยวกับ Sky Tower นี้หรอกนะ
จะพูดถึงผู้ชายสูงอายุชาวสิงคโปร์คนหนึ่ง
ที่เข้าแถวรอพร้อมๆกันกับพวกเรา
แต่อยู่ค่อนไปทางท้ายแถว
พอจะถึงคิวเขา กลับโดนชาย-หญิง คู่หนึ่งแซงคิว
แทนที่จะคุยกันดีๆ
ตาแก่นั่นกลับไม่พูดพล่ามทำเพลง
พุ่งหมัดชกหนุ่มคนนั้นทันที
อีตาคนไม่มีระเบียบนั่นก็สวนกลับซีคะ
ทั้งชกทั้งตะโกนด่าทอกัน
อารมณ์โกรธของเขามีมาก
จนระเบิดออกมาแบบไม่ยั้งเลย
หรือว่าเขาเครียดกันมามากเกินไปในวันทำงาน
พอวันหยุด อยากจะพักผ่อนแบบจริงๆ จังๆ
แต่กลับมาเจอเอาคนเห็นแก่ตัว
ก็เลยอั้นไม่ไหว
ระบายออกมาแบบก้าวร้าว รุนแรง และหยาบคาย
สังคมสมัยนี้ มันเครียดนัก
น่าจะโดนจับเข้าวัดเข้าวากันบ้าง
อย่างน้อยก็มีอะไรใหม่ๆให้ทำอ่ะนะ
หลังจากเจอเรื่องน่ากลัวนั้นแล้ว
พวกเราก็ไปทานข้าวเย็นกัน
เป็นเพราะว่าเราไปกันเอง
และซื้อตั๋วเข้าสวนแบบเป็นแพ็คเกจ
ซึ่งมีอาหารเย็นรวมด้วย
ดูหน้าตาอาหารเย็นซีคะ จิ้มจุ่มยังไงยังงั้นเลยอ่ะ

หลังจากนั้นเราก็ไปดูน้ำพุเต้นระบำกัน
ของเดิมๆ แต่เด็กๆ ก็ยังอยากดูอยู่
ไม่มีเบื่อเลย 

(.. แต่แม่น่ะ เบื่อแล้วลูกเอ๊ย
น้ำพุเต้นระบำที่หน้า Bellagio ยังจะดูน่าทึ่งกว่าอีกนะ )

edit @ 12 Oct 2007 00:45:35 by napa

